เปรียบเทียบปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น

เปรียบเทียบปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น

  • ส่งถึงเพื่อน

ใช้งานปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่นอย่างไรให้เหมาะสม

เราจะพบว่าในโลกของเครื่องเขียน ปากกาเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะใช้ในการเรียน การทำงาน หรือ แม้แต่การวาดภาพ โดยเฉพาะ "ปากกาหมึกน้ำมัน" (Oil-Based Pen) และ "ปากกาลูกลื่น" (Ballpoint Pen) ซึ่งเป็นปากกาสองประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาด ทั้งสองชนิดนั้นมีลักษณะ และ คุณสมบัติที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด จึงควรมีการทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกใช้ปากกาได้ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงการเปรียบเทียบระหว่างปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น ตั้งแต่โครงสร้างหมึก คุณลักษณะทางกายภาพ ไปจนถึงประสบการณ์ในการใช้งาน ข้อดีข้อเสีย และ แนวทางการเลือกใช้ที่เหมาะสม

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น

1. ปากกาหมึกน้ำมัน (Oil-Based Ink Pen)

ปากกาหมึกน้ำมันมักนั้นจะมีหัวเขียนคล้ายปากกาลูกลื่น แต่ใช้หมึกที่มีความหนืดน้อยกว่า หมึกประเภทนี้มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งทำให้ลื่นไหลขณะเขียนมากกว่า แต่ยังคงความเข้มของสีได้ดี ไม่ซีดจางง่าย

2.ปากกาลูกลื่น (Ballpoint Pen)

ปากกาลูกลื่นมีระบบหมึกที่ใช้หัวลูกกลิ้งขนาดเล็กซึ่งหมุน และ ดึงหมึกออกมาในขณะเขียน หมึกมีลักษณะหนืดสูง แห้งเร็ว และ ไม่เปื้อนง่าย จึงเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายทั้งในสำนักงาน และ ในโรงเรียน

คุณสมบัติของหมึกของปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น

1 ความหนืดของหมึก

โดยเราจะพบว่าปากกาหมึกน้ำมันนั้นจะมีหมึกที่มีความหนืดต่ำ ทำให้เขียนได้ลื่นกว่า เหมาะกับการเขียนต่อเนื่องนาน ๆ ได้ดีกว่า แต่หากเป็นปากกาลูกลื่นจะมีหมึกมีความหนืดสูงกว่า เขียนแล้วรู้สึกต้านเล็กน้อย แต่ควบคุมลายเส้นได้ดี อีกด้วย

2.การแห้งของหมึก

เราจะพบว่าหมึกของปากกาลูกลื่นนั้นจะแห้งเร็วมาก จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ถนัดซ้ายมากกว่า แต่หากเป็นหมึกของปากกาหมึกน้ำมันจะแห้งช้ากว่าเล็กน้อย จึงทำให้มีโอกาสเปื้อนมากกว่าในการเขียน

3.สี และ ความคมชัด

หากเป็นปากกาหมึกน้ำมันให้สีสด ชัดเจน ลึกซึ้งกว่า แต่หากเป็นปากกาลูกลื่นสีอาจซีดกว่าหากใช้หมึกที่คุณภาพไม่ดีนั้นเอง

ประสบการณ์การใช้งานปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น

1.ความรู้สึกขณะเขียน

ปากกาหมึกน้ำมันนั้นจะให้ความรู้สึก "ลื่น" ขณะเขียน จึงไม่เมื่อยมือเมื่อต้องเขียนเป็นเวลานานๆ แต่ปากกาลูกลื่นนั้นจะให้ความรู้สึกมั่นคง ควบคุมทิศทางได้ดี แต่มีแรงเสียดทานมากกว่า

2.ความเหมาะสมของพื้นผิวกระดาษ

ในการใช้งานนั้นปากกาหมึกน้ำมันเหมาะกับกระดาษเรียบ และ คุณภาพดี แต่ปากกาลูกลื่นสามารถใช้กับกระดาษทุกชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ความทนทาน และ อายุการใช้งาน

สำหรับด้านการทนทานนั้นปากกาลูกลื่นมีอายุการใช้งานนานกว่า เนื่องจากหมึกมีความหนืดสูง จึงใช้ได้นานกว่าปากกาหมึกน้ำมัน อีกทั้งปากกาหมึกน้ำมันก็มีโอกาสแห้ง หรือ เยิ้ม เช่นกันหากเก็บในอุณหภูมิสูงๆ หรือ ไม่เหมาะสม

ข้อดี และ ข้อเสียของปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น

ปากกาหมึกน้ำมันนั้นจะมีข้อดีที่ เขียนลื่นมือ มีความสบายกว่า อีกทั้งยังให้สีที่ชัดเจน นุ่มนวลเหมาะกับการวาดเส้น และ ร่างภาพ แต่ก็มีข้อเสียที่หมึกจะแห้งช้า จึงทำให้มีโอกาสเปื้อนมากกว่า รวมถึงหมึกหมดเร็วกว่า และ ไม่ทนต่ออุณหภูมิสูงในการเก็บรักษา

ส่วนปากกาลูกลื่นนั้นก็มีข้อดีที่หมึกนั้นแห้งเร็ว ไม่เลอะง่าย มีความทนทาน ใช้งานได้นานมากกว่า จึงเหมาะกับการใช้ในงานเอกสารทั่วไป แต่ก็มีข้อเสียที่ผู้เขียนอาจจะมีความล้ากว่า อีกทั้งมีสีที่ซีด ไม่สดเท่าหมึกน้ำมัน

หากจะพูดถึงราคา และ ความคุ้มค่า ปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่นนั้นโดยทั่วไป ปากกาลูกลื่นจะมีราคาถูกกว่า และ ใช้งานได้นานกว่า จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ปากกาปริมาณมาก ส่วนปากกาหมึกน้ำมันแม้มีราคาสูงกว่าเล็กน้อย แต่เหมาะสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพของเส้น และ ความสวยงามนั้นเอง

FAQ รวมข้อสงสัยและเทคนิคการใช้ปากกาให้คุ้มค่า

  1. ทำไมปากกาลูกลื่นถึงถูกเรียกว่าเป็น "ปากกาที่ทนทานที่สุด" สำหรับงานเอกสาร?
    เนื่องจากหมึกปากกาลูกลื่นมีคุณสมบัติ Permanent สูง เมื่อเขียนลงบนกระดาษแล้ว หมึกจะยึดเกาะแน่น ทนต่อแสง UV และที่สำคัญคือ "ทนน้ำ" (Water Resistant) ได้ดีกว่าปากกาชนิดอื่น ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเซ็นเอกสารสำคัญ สัญญาทางกฎหมาย หรือสมุดบัญชีที่ต้องการการจัดเก็บระยะยาว
  2. ปัญหา "หมึกเยิ้ม" (Gooping) ที่หัวปากกา เกิดจากอะไร และแก้ไขอย่างไร?
    มักเกิดกับปากกาลูกลื่นที่มีหมึกหนืดสูง หมึกที่สะสมรอบๆ ลูกบอลเหล็กจะเกาะตัวเป็นก้อนแล้วหลุดลงบนกระดาษขณะเขียน
    • วิธีแก้: ควรหมั่นใช้ทิชชู่เช็ดหัวปากกาเป็นระยะ และหลีกเลี่ยงการเก็บปากกาในกระเป๋ากางเกงที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป เพราะความร้อนจะทำให้หมึกคลายความหนืดและไหลเยิ้มออกมาได้
  3. สำหรับคน "ถนัดซ้าย" (Left-Handed) ควรเลือกปากกาแบบไหนเป็นพิเศษ?
    คนถนัดซ้ายมักเจอปัญหา "มือถูไถไปกับข้อความที่เพิ่งเขียน" ดังนั้น ปากกาลูกลื่นมาตรฐาน คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะหมึกแห้งทันทีที่เขียน (Instant Dry) ช่วยให้มือไม่เลอะเทอะและงานเขียนไม่เปื้อน
  4. การเลือกปากกาเพื่อสกรีนโลโก้เป็น "ของพรีเมียม" ควรพิจารณาหัวปากกาขนาดเท่าใด?
    ขนาดที่นิยมที่สุดในระดับสากลคือ 0.5 มม. และ 0.7 มม.
    • 0.5 มม. (Fine): เหมาะกับคนที่เขียนตัวหนังสือเล็ก หรือใช้งานในสมุดบันทึกที่มีเส้นบรรทัดแคบ
    • 0.7 มม. (Medium): ให้เส้นที่หนาชัดเจน เขียนลื่นกว่า เหมาะกับการใช้เซ็นชื่อหรือเขียนบันทึกทั่วไป
  5. ปากกาหมึกน้ำมันคุณภาพสูง ดูแลอย่างไรไม่ให้ "หมึกแห้ง" คาหัวปากกา?
    ควรเลือกปากกาที่มีระบบฝาปิดที่แน่นหนาหรือกลไกการกดที่แม่นยำ และที่สำคัญที่สุดคือ "อย่าเขียนบนพื้นผิวที่เปื้อนน้ำมันหรือครีมทามือ" เพราะไขมันจะเข้าไปอุดตันรอบลูกกลิ้ง ทำให้หมึกไม่ออกแม้หมึกในไส้จะยังเหลืออยู่

จากที่กล่าวมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าการเลือกใช้ปากกาหมึกน้ำมัน หรือ ปากกาลูกลื่นนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งานของแต่ละบุคคลเป็นหลัก หากคุณต้องการเขียนลื่น สีสด ปากกาหมึกน้ำมัน คือ ตัวเลือกที่ดี แต่หากคุณต้องการความทนทาน แห้งเร็ว และใช้งานได้นาน ปากกาลูกลื่นก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกัน แต่หากคุณกำลังมองหาปากกาหมึกน้ำมัน และ ปากกาลูกลื่น เพื่อที่จะใช้ในการมองเป็นของพรีเมี่ยมแล้วละก็เราขอแนะนำ P.M. Premium Group ซึ่งเป็นโรงงานผลิตของพรีเมี่ยม เซตของขวัญคุณภาพสูงด้วย สมุดไดอารี่ ปากกาหมึกน้ำมัน ปากกาพร้อมสกรีนโลโก้ แก้วน้ำเก็บความเย็น เซตของขวัญ สามารถไว้วางใจให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรของคุณ ด้วยของขวัญพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

 

ติดต่อสอบถาม

P.M. Premium Group

55/40-42. ถนนนนทรี. แขวงช่องนนทรี. เขตยานนาวา กรุงเทพฯ10120

โทร:0-2681-1833, 0-2681-1822

pmpremiumgroup9@hotmail.com


facebook pmpremium    line pmpremiumgroup    call pmpremium

ดูทั้งหมด

ข่าวสาร